วันอังคารที่ 5 สิงหาคม พ.ศ. 2557

10 อาหารที่ดีและไม่ดีต่อสุขภาพที่คุณสาว ๆ ควรรู้



    10 อาหารที่ดีและไม่ดีต่อสุขภาพที่คุณสาว ๆ ควรรู้
     (นิตยสาร lemonade)

             ไม่ว่าใคร ๆ ก็ล้วนแล้วอยากจะมีสุขภาพที่ดีไม่ต่างกัน ดังนั้น การดูแลตัวเองด้วยการออกกำลังกาย และการรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ จึงเป็นวิธีง่าย ๆ ที่หลาย ๆ คนเลือกใช้ และที่สำคัญ มันให้ผลลัพธ์ที่ดีซะด้วยสิ โดยเฉพาะเรื่องการรับประทานอาหารที่ทำให้สุขภาพดีจากภายใน ยิ่งเป็นสิ่งที่ต้องทำให้ได้ทุกวันเลยล่ะ
             อะ ๆ แต่รู้ไหมคะว่า นอกจากการรับประทานอาหารครบ 5 หมู่แล้ว หากคุณได้รับประทาน "สุดยอดอาหาร" ในทุก ๆ วันแล้ว ยิ่งทำให้คุณมีสุขภาพดีมากขึ้นไปอีก 10 สิ่งที่ดีต่อสุขภาพมีอะไรกันบ้างนั้น ตามไปดูพร้อม ๆ กันเลยค่ะ


     1. ช็อกโกแลต สูตรใหม่…ไม่อ้วน ! 

             ช็อกโกแลตเลิฟเวอร์ทั้งหลายเตรียมเฮได้เลยเพราะทีมนักวิจัยจากมหาวิทยาลัยวอร์ริก ประเทศอังกฤษ ค้นพบว่า ความหวานของส้ม แอปเปิล และแครนเบอร์รีใช้แทนน้ำตาลและส่วนผสมไขมันสูงต่าง ๆ เช่น นม เนย และโกโก้ได้ โดยไม่ทำให้ความอร่อย ความหวาน และสัมผัสที่นุ่มลิ้นลดลงเพียงแค่มีกลิ่นหอมของผลไม้เจืออยู่อ่อน ๆ เท่านั้น ดังนั้นคุณสามารถกินช็อกโกแลตนี้ได้วันละ 5 แท่ง หรือ 285 กรัม โดยไม่ต้องกลัวไขมันพุ่งปรี๊ด !!!

     2. กินตะไคร้ห่างไกลมะเร็ง
             ปลูกตะไคร้ติดบ้านไว้ไม่เสียหายเพราะนอกจากช่วยเพิ่มรสชาติในอาหารแล้ว ยังช่วยป้องกันมะเร็งได้ด้วย จากการศึกษาในสัตว์ทดลองพบว่า ตะไคร้สกัดสามารถยับยั้งอาการเริ่มแรกที่นำไปสู่โรคมะเร็งลำไส้ การเกิดหลุมในลำไส้ และการผิดเพี้ยนของดีเอ็นเอได้ ตะไคร้สกัดสามารถลดอาการผิดปกติในลำไส้ได้มากกว่า 60 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งอาจมีผลยับยั้งการทำงานของเอนไซม์แบคทีเรียในลำไส้ ทำให้ร่างกายดูดซึมสารก่อมะเร็งน้อยลง


     3. ไวน์แดงกระตุ้นเซ็กส์

             งานวิจัยพบว่า ผู้หญิงที่ดื่มไวน์แดง1 - 2 แก้วต่อวัน สร้างความประทับใจทางเพศให้ชายคู่รักได้ดีกว่าผู้หญิงที่ชอบดื่มเหล้าหรือเบียร์เป็นชีวิตจิตใจ นั่นเพราะไวน์แดงช่วยสลายไขมันในเลือด ทำให้การไหลเวียนของเลือดมายังอวัยวะเพศดีขึ้น แถมไวน์แดงยังช่วยป้องกันเกล็ดเลือดแข็งตัว บำรุงหัวใจ และทำให้อายุยืนขึ้น ! ถึงประโยชน์จะมากขนาดไหนแต่ก็ควรดื่มในปริมาณที่พอเหมาะไม่งั้นจะให้ผลเสียมากกว่าผลดีนะจ๊ะ

     4. นมเปรี้ยว กำจัดกลิ่นจุดซ่อนเร้นสาว
             กลิ่นอับบริเวณจุดซ่อนเร้นกลายเป็นปัญหาหนักอึ้งของสาว ๆ จนทำให้หมดความมั่นใจตลอดวัน สาเหตุเกิดจากเชื้อจุลินทรีย์ชนิดดีในช่องคลอดถูกแบคทีเรียทำลายจนเกิดกลิ่นไม่พิศมัยออกมา แต่อย่าเพิ่งกังวลไป สาว ๆ สามารถกำจัดกลิ่นไม่พึงประสงค์ได้ด้วยการดื่ม "นมเปรี้ยว" เนื่องจากเชื้อจุลินทรีย์แลคโตบาซิลลัสที่มีอยู่ในนมเปรี้ยวนั้นช่วยกำจัดแบคทีเรียในช่องคลอดได้ !


     5. เชอร์รี...ผลไม้เพิ่มความสุข

             ผลไม้รสเปรี้ยวอมหวานที่อุดมด้วยวิตามินซีช่วยบำรุงผิวพรรณให้สดใส ชะลอความแก่ และช่วยต้านอนุมูลอิสระ แต่เชอร์รีมีความพิเศษตรงที่มีคุณสมบัติช่วยให้สาว ๆ อารมณ์ดีขึ้นด้วยผลวิจัยของมหาวิทยาลัยมิชิแกน สหรัฐอเมริกา พบว่า การกินเชอร์รีมากถึง 20 ผลช่วยลดอาการซึมเศร้าได้มากกว่าการกินยา เนื่องจากในผลเชอร์รีมีสาร"แอนโทไซยานิน" ซึ่งมีสรรพคุณทำให้คนกินมีความสุขและอารมณ์ดีขึ้น เหตุนี้แพทย์ตะวันตกจึงเรียกเชอร์รีว่า แอสไพรินธรรมชาติเวลาเครียดหรือรู้สึกซึมเศร้า ลองเปลี่ยนจากการกินยามากินเชอร์รีดีกว่า !

     6. ลดเกลือลดกรน

             ผลการทดลองในบราซิลพบว่า การกินอาหารที่มีส่วนผสมของเกลือในปริมาณน้อย ช่วยลดอาการกรนหรือหยุดหายใจชั่วคราวระหว่างหลับได้เพราะการกินเกลือมากเกินไปทำให้ร่างกายสร้างของเหลวขึ้นและเมื่อนอนราบ ของเหลวจะเคลื่อนตัวไปอยู่บริเวณช่องคอ จนทางเดินหายใจตอนบนแคบลงกระทั่งอาจหยุดหายใจชั่วขณะและยังเกิดโรคร้ายตามมา เช่น ความดันเลือดสูงและโรคหัวใจ


     7. ผู้สูงวัยกินเต้าหู้มากไปเสี่ยงความจำเสื่อม

             ผลวิจัยในอังกฤษพบว่า การกินเต้าหู้มากกว่าวันละครั้ง มีส่วนทำให้ความจำแย่ลง โดยเฉพาะผู้ที่อยู่ในวัย 68 ปีขึ้นไป เต้าหู้เต็มไปด้วยสารไฟโตเอสโทรเจน ซึ่งให้ผลเช่นเดียวกับเอสโทรเจนหรือฮอร์โมนเพศหญิง ผลวิจัยพบว่า ถ้าร่างกายได้รับสารไฟโตเอสโทรเจนมากเกินไป อาจเพิ่มความเสี่ยงการเป็นโรคความจำเสื่อม สอดคล้องกับผลวิจัยก่อนหน้านี้ที่ระบุว่า ผู้หญิงที่อายุ 65 ปีขึ้นไป หากได้รับเอสโทรเจนมากไป อาจมีความเสี่ยงที่จะเป็นโรคความจำเสื่อมเพิ่มขึ้นอีกเท่าตัว

     8. แซ่บแบบมีคุณค่า "พริกสด"

             ถ้ากินไม่หมด เอามาทำพริกป่นกันเถอะ ! เพราะพริกป่นมีสารช่วยกำจัดเซลล์มะเร็ง โดยไม่ทำลายเซลล์ดีในร่างกายสำหรับคนที่ต้องนั่งหรือยืนทำงานเป็นเวลานาน ๆ พริกป่นจะช่วยบรรเทาอาการปวดกล้ามเนื้อหลังได้ นอกจากนี้ยังมีสารที่ช่วยกระตุ้นกระบวนการทำความสะอาดตัวเองของร่างกาย จึงเหมือนได้ดีท็อกซ์ไปในตัว

     9. ห้ามผู้ป่วยไตกินมะเฟือง

             การกินมะเฟืองอาจทำให้ไตวาย และส่งผลกระทบต่อสมองจนทำให้เกิดภาวะชักได้ เนื่องจากมะเฟือง โดยเฉพาะชนิดเปรี้ยว มีกรดออกซาลิก ซึ่งเป็นสารที่ผู้ป่วยโรคไตไม่สามารถขับออกจากร่างกายได้ผลวิจัยจากโรงพยาบาลรามาธิบดีระบุว่า ถ้าผู้ป่วยอยู่ในระยะปานกลาง และระยะที่ต้องฟอกไต การกินมะเฟืองเพียงเล็กน้อยอาจส่งผลให้สะอึก ซึม ชัก และจะทำให้ไตเสื่อมได้


     10. ดื่มกาแฟจัด เสี่ยงประสาทหลอน

             ผู้ที่ดื่มกาแฟ ชา ช็อกโกแลต หรือเครื่องดื่มที่มีคาเฟอีนมาก ๆ อาจเกิดอาการประสาทหลอน เห็นภาพหลอน หรือได้ยินเสียงแว่วแปลก ๆ ผลวิจัยจากอังกฤษบอกว่า ผู้ที่ดื่มกาแฟชงเองเกินกว่าวันละ 3 ถ้วย หรือเทียบเท่ากาแฟทรีอินวัน 7 ถ้วย อาจมีโอกาสประสาทหลอนมากกว่าคนที่ดื่มวันละถ้วยถึง 3 เท่า เพราะปริมาณคาเฟอีนในกาแฟจะซ้ำเติมความเครียดทางจิตใจและอารมณ์ให้หนักยิ่งขึ้น จนอาจเกิดอาการประสาทหลอน

ไม่มีความคิดเห็น: