วันพฤหัสบดีที่ 17 พฤษภาคม พ.ศ. 2555

เปิดใจ 8 คนเก่งแอดฯ เผยเคล็ดลับการสอบระดับท็อปของประเทศปี ’55


จากการประกาศผลสอบแอดมิสชั่นส์กลาง ประจำปีการศึกษา 2555 ของสมาคมอธิการบดีแห่งประเทศไทย (สอท.) ที่ผ่านมา เบื้องต้นมีนักเรียนคนเก่งทำคะแนนสูงสุดจำนวน 9 ราย ผู้สมัครสอบทั้งสิ้น 122,169 คน เพื่อเข้าศึกษาใน 732 คณะวิชา ทั้งนี้ ศ.ดร.สมคิด เลิศไพฑูรย์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ประธานที่ประชุมอธิการบดีแห่งประเทศไทย (ทปอ.) ในฐานะนายกสมาคมอธิการบดีแห่งประเทศไทย (สอท.) กล่าวว่า สำหรับนักเรียนที่ได้คะแนนสูงสุดของคณะและสาขาวิชาในการสอบแอดมิสชั่นส์ประจำปีนี้ สอบได้ในคณะรัฐศาสตร์ จุฬาฯ โดยคะแนนที่ได้คิดเป็นร้อยละ 90.55 ส่วนคณะยอดนิยมสูงสุดในปีนี้ ได้แก่ คณะพยาบาลศาสตร์ วิทยาลัยพยาบาลตำรวจ โดยมีผู้สมัครถึง 2,850 คน ซึ่งคิดเป็นสัดส่วน 1:51

         ด้านเด็กเก่งประจำปีนี้ หลายคนต่างกล่าวเป็นเสียงเดียวกันว่า สำหรับสูตรแห่งความสำเร็จในการสอบอยู่ที่ความตั้งใจในการเรียนในห้องเรียนเป็นสำคัญ รวมถึงการอ่านหนังสือทบทวนในสิ่งที่เรียนไป พร้อมเป็นกำลังใจให้คนที่พลาดหวังให้สู้ต่อไป เพราะการสอบครั้งนี้ไม่ใช่สิ่งที่สำคัญที่สุดที่จะมากำหนดชะตาชีวิต แต่เป็นเพียงการเริ่มต้นสู่อนาคต ทั้งในการเรียนระดับอุดมศึกษา และการประกอบอาชีพการงานในอนาคตเท่านั้น

         โดย “น.ส.เกวลิน รัตนโสภิณสวัสดิ์” หรือ น้องเกว เจ้าของคะแนนอันดับหนึ่งของประเทศในการสอบแอดมิสชั่นส์ในครั้งนี้ ซึ่งสามารถทำคะแนนได้ถึง 90.55% ในคณะรัฐศาสตร์ จุฬาฯ จาก ร.ร.สาธิตเกษตรฯ เปิดเผยว่า สำหรับเคล็ดลับในการสอบครั้งนี้ มาจากการตั้งใจเรียนของเกวมาตั้งแต่ตอนประถมแล้ว โดยจะตั้งใจเรียนในห้องให้มากที่สุด หากไม่เข้าใจเรื่องอะไรก็จะถามคุณครูทันที จะได้ไม่ต้องจำเยอะ ใช้ความเข้าใจเป็นหลัก นอกจากนี้การเรียนพิเศษและการกวดวิชาก็ถือว่าช่วยเกวได้มาก อีกทั้งการกลับมาทบทวนบทเรียน และฝึกทำข้อสอบเก่าก็ช่วยให้เราคุ้นเคยกับข้อสอบได้ดีมากเลยทีเดียว

         น้องเกวยังกล่าวต่อไปว่า จริง ๆ แล้วเกวก็เป็นเด็กซิ่วที่กลับมาสอบใหม่อีกรอบ หลังจากที่สอบได้คณะสถาปัตย์ฯ เมื่อปีที่แล้ว  แต่เมื่อเข้าไปเรียนแล้ว ด้วยลักษณะการใช้ชีวิตในการเรียนในคณะสถาปัตย์ดูจะไม่เข้ากับไลฟ์สไตล์ของเราเท่าไหร่ เพราะเราเป็นคนชอบพูด ชอบสื่อสาร ชอบภาษาอังกฤษ ชอบทำกิจกรรม ชอบท่องเที่ยว ทำให้ตัดสินใจกลับมาสอบแอดฯ อีกครั้ง ส่วนที่เลือกสอบเข้าคณะรัฐศาสตร์นั้นเพราะคิดว่าน่าจะสามารถนำในสิ่งที่ตัวเองชอบ โดยเฉพาะเรื่องการใช้ภาษา การติดต่อกับผู้คนมาใช้กับการเรียนรัฐศาสตร์ได้ดีกว่า สำหรับครอบครัวของเกว ส่วนใหญ่ก็จะให้กำลังใจ และให้คำปรึกษาเป็นหลัก ไม่ได้เคี่ยวเข็ญหรือกดดันอะไรในการสอบ เพราะส่วนใหญ่ในเรื่องการเรียนเกวจะคุยกับเพื่อน ๆ มากกว่า แล้วก็มาตัดสินใจเองว่าเราจะเลือกเรียนอะไร

         ทั้งนี้ ว่าที่นิสิตจุฬาฯ ได้กล่าวทิ้งท้ายไปถึงเพื่อน ๆ ที่พลาดหวังกับการสอบในครั้งนี้ว่า ก็อยากเป็นกำลังใจให้ทุกคนอย่าท้อถอย ทุกอย่างเริ่มต้นใหม่ได้เสมอ อย่างเกวเอง การสอบครั้งนี้ก็ไม่ใช่ครั้งแรกของเกว เมื่อคิดว่าต้องเริ่มต้นใหม่ก็ต้องตัดสินใจด้วยตัวเอง ทำในสิ่งที่ชอบจะได้ไม่เสียใจในภายหลัง ต้องสู้ใหม่ เกวขอเป็นกำลังใจให้เพื่อน ๆ ทุกคนนะคะ
 สำหรับ น้องแคน หรือ "นายชนภัสส์ แสงสว่าง" จาก ร.ร.สาธิตจุฬาฯ เจ้าของคะแนนอันดับ 1 คณะทันตแพทยศาสตร์ จุฬาฯ กล่าวว่า สำหรับสิ่งที่ทำให้ประสบความสำเร็จในการสอบครั้งนี้ สำคัญที่สุดก็คือ การตั้งใจเรียนในห้องเรียนเป็นหลัก เพราะจะทำให้ช่วยลดเวลาในการอ่านหนังสือไปได้มาก ส่วนการเข้าไปติวในสถาบันสอนพิเศษนั้นก็ช่วยได้ แต่ก็ไม่จำเป็นต้องไปติวมากจนเกินไป เพราะจะทำให้เราเสียเวลาในการเตรียมตัวสอบและการอ่านหนังสือโดยใช่เหตุ สำหรับครอบครัว คุณพ่อคุณแม่ของผมก็มีส่วนสำคัญมากกับการสอบในครั้งนี้ อย่างคุณแม่เองก็จะมาช่วยผมทำตารางการอ่านหนังสือ เพื่อทำให้ทราบว่าผมมีเวลาเหลือในการเตรียมตัวสอบมากน้อยเท่าไหร่ ส่วนคุณพ่อก็เป็นที่ปรึกษาที่ดีในการสอบในครั้งนี้

       นอกจากนี้แล้วน้องคนเก่งอีกคนอย่าง "นายมัคค์ วรสถิตย์" หรือ น้องมัค จากร.ร.เตรียมอุดมฯ ซึ่งสอบติดคะแนนสูงสุดของคณะเศรษฐศาสตร์ จุฬาฯ ก็กล่าวว่า จริง ๆ แล้วผมก็ตั้งใจเรียนเป็นปรกติตั้งแต่เริ่มเข้าเรียน ม.4 อยู่แล้ว อาจจะมีเรียนพิเศษบ้างเพื่อเสริมความรู้ สำหรับเกรดเฉลี่ยของผมก็อยู่ราว ๆ 3.94 จึงค่อนข้างมั่นใจพอสมควรกับการสอบในครั้งนี้ น้องมัคกล่าวอีกว่า ตนอยากฝากไปถึงเพื่อน ๆ ที่พลาดหวังกับการสอบในครั้งนี้ว่าอย่าเสียใจ ขอให้ก้าวต่อไป เพราะการสอบครั้งนี้ไม่ใช่สิ่งที่สำคัญที่สุดในชีวิต ชีวิตของเรายังต้องก้าวต่อไป เพื่ออนาคตของตัวเอง ก็อยากเป็นกำลังใจให้ทุกคนนะครับ

         ด้านนักเรียนจากต่างจังหวัด ซึ่งเป็นผู้พิการทางสายตา อย่าง “นายไพโรจน์ พันธุ์ทอง” หรือ น้องกอล์ฟ จากโรงเรียนหาดใหญ่วิทยาลัย สามารถสอบเข้าได้ที่ มรภ.บ้านสมเด็จเจ้าพระยา เปิดเผยว่า เพราะจากการที่ผมพิการทางสายตา จึงทำให้ผมต้องอดทน เพราะไม่มีอะไรได้มาง่าย ๆ โดยส่วนตัวก็มีคุณป้าและครอบครัวให้การสนับสนุน เช่น ช่วยอ่านหนังสือให้ฟัง และใช้การหาข้อมูลจากอินเทอร์เน็ตด้วยการฟังเสียง จนทำให้ประสบความสำเร็จในการสอบครั้งนี้

        ขณะที่ “นายณัฐพนธ์ มูลมาตย์” หรือ น้องณัฐ ผู้พิการทางสายตาอีกรายที่ทำการสอบได้คณะครุศาสตร์ มรภ.บ้านสมเด็จเจ้าพระยาเช่นกัน โดยน้องผู้พิการทางสายตาคนเก่งเปิดเผยว่า ความสำเร็จในครั้งนี้มาจากการที่ผมอ่านหนังสือสอบมาอย่างต่อเนื่อง อีกทั้งยังต้องขอขอบพระคุณพี่ ๆ อาสาสมัครที่มาช่วยอ่านหนังสือให้ผมฟัง ทำให้ผมไม่ต้องโหมเรียนในตอนท้าย ๆ มากนัก ที่สำคัญผมทำการตรวจสอบคะแนนสอบปีที่ผ่านมา ในการตัดสินใจเลือกคณะวิชาที่เหมาะสมกับตัวเอง ไม่พยายามฝืนไปเลือกคณะที่คะแนนสูงมาก ซึ่งมีผลให้ประสบความสำเร็จในการสอบครั้งนี้ สำหรับเพื่อน ๆ ทุกคนที่อาจจะสอบไม่ผ่านในครั้งนี้ ผมก็อยากบอกว่า จริง ๆ แล้วการสอบแอดมิสชั่นส์มันไม่สำคัญเท่าไหร่หรอกครับ ผมว่าเพื่อน ๆ เรียนที่ไหนก็ได้ถ้ามีความตั้งใจจริง เพราะความตั้งใจจริงจะประสบความสำเร็จในชีวิตได้เช่นกัน ผมจึงอยากให้เพื่อน ๆ ตั้งใจทำในสิ่งที่มุ่งหวังในอนาคตต่อไป อย่าท้อกันนะครับ


Credit  http://www.elearneasy.com/shows_news_edu.php?news_id=9882


         ส่วน "น.ส.ปณชนก มาลากุล ณ อยุธยา" หรือ น้องปูน จาก ร.ร.สาธิตจุฬาฯ ซึ่งสอบติดคะแนนสูงสุดเป็นอันดับที่ 2 ของประเทศ โดยสอบเข้าในคณะนิเทศศาสตร์ จุฬาฯ กล่าวว่า สำหรับเคล็ดลับในการเรียนของปูนนั้น ไม่มีอะไรมากคือ ปูนจะตั้งใจเรียนในห้องเรียนเป็นหลัก เพราะการตั้งใจเรียนในห้องจะช่วยประหยัดเวลาในการอ่านหนังสือไปได้มาก ส่วนการไปติวก็มีบ้างในช่วง ม.6 สำหรับความมั่นใจในการสอบ ตอนแรกปูนก็ไม่ค่อยมั่นใจเท่าไหร่ เนื่องจากปูนเป็นนักเรียนทุนแลกเปลี่ยนต้องไปเรียนในต่างประเทศ ทำให้เมื่อกลับมาจึงต้องเร่งเรียนอย่างหนักให้ทันเพื่อน แต่ก็ไม่ท้อ เนื่องจากมีคุณพ่อคุณแม่เป็นกำลังใจอย่างดี

         ที่ปูนเลือกสอบเข้าในคณะนิเทศฯ  เพราะโดยส่วนตัวมีความชอบในเรื่องของการสื่อสาร และมีความตั้งใจอยากจะเลือกเรียนในสาขาวิทยุโทรทัศน์  และสำหรับเพื่อน ๆ ที่พลาดหวังในการสอบครั้งนี้ ปูนก็อยากเป็นกำลังใจให้สู้ต่อไป อย่าท้อถอย ขอให้ก้าวต่อไป ปูนคิดว่าทุกคนจะสามารถประสบความสำเร็จได้ถ้ามีความตั้งใจ

         มาถึงผู้ซึ่งทำคะแนนได้เป็นอันดับที่ 3 ของประเทศอย่าง น้องตุ๊ดตู่ “น.ส.บัณฑิตา แซ่โล้ว” จาก รร.เตรียมอุดมพัฒนาการ ซึ่งสอบเข้าได้คณะศิลปศาสตร์ ม.ธรรมศาสตร์ ก็กล่าวด้วยความดีใจว่า สำหรับการสอบครั้งนี้ หนูมีการเตรียมตัวมาตั้งแต่ ม.5 แล้ว คือ มีการเรียนพิเศษ และตั้งใจอ่านหนังสือเก็บมาเรื่อย ๆ จนถึงวันสอบ อาจมีความกลัวนิดหน่อย แต่ก็พยายามตั้งใจทำข้อสอบอย่างตั้งใจ พยายามทำให้ได้ทุกข้อ จึงทำให้สามารถสอบได้ในครั้งนี้ น้องตุ๊ดตู่กล่าวต่อไปว่า สำหรับเพื่อนที่พลาดในการสอบครั้งนี้ ก็ขอเป็นกำลังใจ คนเรามันก็มีทั้งประสบความสำเร็จและล้มเหลว อยากให้ลุกขึ้นมาตั้งใจใหม่ อาจจะมาสอบใหม่อีกครั้งในปีหน้าก็ได้ เพราะหากเราเชื่อว่าเราทำได้ วันหนึ่งก็จะทำได้ หวังว่าทุกคนจะประสบความสำเร็จเช่นกัน

        นอกจากนี้ยังมีน้อง ๆ คนเก่งที่สอบได้ด้วยคะแนนสูงสุดของคณะต่าง ๆ อย่าง "น.ส.ศศินี อรุณอาภารัตน์" หรือ น้องเนย จาก ร.ร.เบญจมราชาลัย ซึ่งสอบติดคะแนนสูงสุดของคณะจิตวิทยา จุฬาฯ กล่าวว่า สำหรับการสอบครั้งนี้เนยตั้งใจทำข้อสอบให้ดีที่สุด ส่วนเวลาว่างก็จะนำศัพท์ภาษาอังกฤษมาท่องบ่อย ๆ เพื่อจะทำให้การสอบ GAT มีคะแนนดี ๆ ที่สำคัญคือ ในการสอบครั้งนี้ เนยมีคุณพ่อคุณแม่เป็นกำลังใจอย่างดี จนทำให้ประสบความสำเร็จในครั้งนี้

ไม่มีความคิดเห็น: