สภาพแวดล้อมมีความสำคัญต่อการพัฒนาสมองเรามากๆ นะคะ โดยเฉพาะบริเวณบ้านและในบ้านที่เราอาศัยอยู่ทุกวัน เพราะเราต้องทำกิจกรรมต่างๆในบ้าน ทั้งทำงาน ทั้งพักผ่อน แล้วจะดีกว่าหรือไม่ถ้าเราจะจัดบ้านให้เหมาะสมกับการพัฒนาการคิดของสมองเราด้วย จากการศึกษาของนักวิจัยพบว่า บ้านรกมีผลต่อความฉลาดด้วยนะเออ ไม่น่าเชื่อก็ต้องเชื่อ วันนี้พี่เกียรติเลยขอนำเทคนิคเล็กๆน้อยๆ พุ่งประเด็นไปที่ห้องนอนของเรากันเลย เพราะเรานอนที่นี่ เราพักที่นี่ ถ้าดูแลห้องนอนไม่ดี สมองก็ไม่ได้รับการพัฒนาอย่างเต็มที่ด้วยนะ
1. จัดห้องให้เป็นระเบียบ จุดสำคัญของการการทำงานของสมอง คือ ระเบียบค่ะ เพราะสมองต้องการการจัดระบบข้อมูล และข้อมูลหรือก็คือสิ่งที่เราได้เห็นได้เรียนรู้แต่ละวันนั้น ก็จะถูกจัดให้เป็นระบบในสมองเรา ถ้าระบบข้อมูลอยู่อย่างระเบียบก็จะสามารถนำออกมาใช้ได้ง่าย เวลาเราเห็นอะไร ต้องการคำตอบอะไร ก็จะคิดออกในทันที เหมือนลิ้นชักนั่นแหละค่ะ ถ้ารกก็หาอะไรไม่เจอ เช่นเดียวกัน เพื่อให้ห้องนอนของเราดีต่อสมองของเรา เราก็ต้องทำให้ห้องนอนอยู่ในสภาพที่เป็นระเบียบอยู่เสมอ เพราะการที่เราจัดข้าวของต่างๆให้เข้าที่เข้าทางเสมอ สมองจะเรียนรู้และจดจำข้อมูลเหล่านั้นอย่างเป็นระบบไปด้วยนั่นเอง กล่าวง่ายๆคือ ห้องเป็นระเบียบ สมองก็มีระบบ และคิดได้ไวนั่นเอง
2. จัดห้องนอนให้เป็นห้องนอนจริงๆ ถ้าเป็นไปได้ควรทำงานหรือจัดโต๊ะเรียนของน้องๆ ไว้นอกห้องนอนเลย เวลาเรานอนหลับ จะได้พักผ่อนได้เต็มที่ ไม่ต้องคอยเหลือบไปเห็นงาน แล้วคิดหรือพะวงแต่กับงาน จนนอนก็ไม่ได้นอนซะที
แต่พี่เกียรติเชื่อว่า ห้องนอนของชาว Dek-D.com หลายๆ คน ก็คงมีโต๊ะเรียนไว้วางคอมพิวเตอร์ ไว้อ่านหนังสือ หรือทำการบ้านต่างๆ แน่ๆ และก็คงชอบทำการบ้านในห้องตัวเองด้วย ดังนั้น พี่เกียรติจึงขอแนะนำให้จัดให้โต๊ะเรียนไว้สำหรับทำงานจริงๆ แบ่งที่ทางให้ชัดเลยว่า "ที่นอนก็ไว้นอน" และ "ที่ทำงานก็ไว้ทำงาน" จัดกระเป๋า ทำงาน ทำการบ้านที่โต๊ะเรียนเสียให้เสร็จเรียบร้อย ไม่ควรนำมาทำบนที่นอน (แม้มันจะสบายกว่าก็เถอะ)
ไม่ควรมีเครื่องใช้ไฟฟ้าอยู่ในห้องนอน หรือมีให้น้อยที่สุด เพราะคลื่นไฟฟ้า จะไปรบกวนสมองยามพักผ่อน ตู้เสื้อผ้า ชั้นเก็บของก็ต้องอยู่เป็นสัดส่วน ถ้ามีตู้เสื้อผ้าก็ต้องเก็บเสื้อผ้าเข้าตู้ อย่ามีตู้ไว้แขวนเสื้อผ้าข้างนอก (แล้วจะมีตู้ไว้ทำไมละนั่น??) โต๊ะเครื่องแป้ง ควรจัดวางเครื่องสำอางหรืออุปกรณ์ต่างๆให้เรียบร้อย เป็นหมวดหมู่ อาจมีกล่องที่เป็นชั้นเล็กๆ ไว้เก็บของจุจิก วางบนโต๊ะสำหรับเก็บพวกต่างหู เข็ดกลัด หรือของใช้ชิ้นเล็กๆ เป็นต้น
3. เปลี่ยนมุมข้าวของ ทิศทางเฟอร์นิเจอร์ในห้องบ้าง สมองต้องการระบบระเบียบก็จริง แต่ถ้าระเบียบนั้นมันคงอยู่นานเกินไปมันจะกลายเป็นระบบความเคยชิน ซึ่งเจ้าความเคยชินนี้ก็ไม่ค่อยดีต่อการพัฒนาสมองนัก เพราะไม่มีสิ่งใหม่เข้าไปกระตุ้นให้สมองการทำงานให้กระฉับกระเฉงเสียเลย ดังนั้นการเปลี่ยนมุมห้อง จัดวางเฟอร์นิเจอร์ในทิศทางใหม่ๆ อย่างน้อยเดือนละครั้ง ก็จะทำให้สมองได้ถูกกระตุ้นให้เกิดความคิดสร้างสรรค์มากขึ้นอีกด้วย อย่างน้อยที่สุด เราก็จะได้คิดศิลปะรูปแบบใหม่ๆ ให้ห้องนอนของเราทุกเดือน ใครจะรู้...อาจค้นพบตัวเองว่าอยากเป็นมัณฑนากร ตอนจัดห้องนอนของเราก็ได้ อิอิ
แต่ถ้าเฟอร์นิเจอร์ในห้องเราเป็นแบบ built in ก็ไม่เป็นไรนะคะ เราก็ใช้การตกแต่งใหม่ๆ แทนก็ได้ อย่างเช่น ในข้อต่อไป...
4. แปะคำคม คำคมของบุคคลที่เราชอบ หรือประโยคเด็ดๆ ที่เราเจอจากหนังสือ อาจกลายเป็นประโยคศักดิ์สิทธิ์ก็ได้นะ เช่น ประโยคที่พี่เกียรติชอบ "คนที่ไม่เคยทำผิด…คือคนที่ไม่ทำอะไรเลย" เมื่อเราทำอะไรผิด และโดนตำหนิ ได้อ่านประโยคนี้แล้วก็รู้สึกดีขึ้น อย่างน้อยพี่เกียรติก็คิดว่า ยังได้ทำอะไรบ้าง ตอนนี้อาจเป็นจุดเล็กๆ ที่โดนว่า แต่อาจยิ่งใหญ่ในอนาคตก็ได้ เพราะฉะนั้น ก็ถ้าเรานำประโยคที่เราชอบมาติดไว้ในมุมโต๊ะเรียนของเรา จะเขียนใส่กระดาษแล้วแปะผนังไว้ก็ได้ ยามใดที่เราคิดอะไรไม่ออก เหลือบไปเห็นประโยคเด็ดๆ ก็อาจทำให้เราปิ๊งไอเดียใหม่ๆ หรือเป็นกำลังใจยามเราอ่อนแอได้นะ
5. ทำผนังห้องให้ดูดี ควรทาสีผนังห้องด้วยสีที่ผ่อนคลาย โทนสีอ่อนๆ เช่น ฟ้า เขียว ครีม แต่ถ้าสีผนังเป็นมาแต่เดิม เราเปลียนแปลงไม่ได้ ก็แค่รักษาให้ดูสะอาด จะติดโปสเตอร์ รูปภาพใดๆ ก็ได้ แต่ถ้าเป็นภาพธรรมชาติโทนสีเขียวก็จะทำให้สมองผ่อนคลายเช่นกัน อย่าติดเป็นภาพที่รุนแรง หรือโทนสีจัดจ้านอย่างแดงส้ม และอย่าติดเยอะเกินไปจนลายตา เรียกว่า ติดภาพให้พอดูสวยงามก็ใช้ได้แล้ว ว่ากันว่าภาพศิลป์แนวแอบสแตรก (Abstract Art) จะทำให้เราเกิดความคิดสร้างสรรค์ได้ ดังนั้น ถ้าเลือกที่จะติดรูปภาพแล้ว อาจลองเป็นภาพแนวแอบสแตรกที่มองทางซ้ายก็คิดไปอย่างหนึ่ง มองมุมขวาก็คิดไปอย่างหนึ่ง กระตุ้นให้เราคิดได้ดี แต่!!อย่างที่บอกไปแล้วนะจ๊ะ อย่าติดใกล้ๆ เตียงนอน หรืออยู่ในแนวสายตาเวลาที่เราล้มตัวลงนอนนะ ไม่งั้นพอเราจะนอน เราเห็นภาพ เราก็มัวแต่คิดๆๆๆ คิดจนหลับ แล้วก็ไม่ได้พักสมองเต็มที่จ้า หามุมติดดีๆ แล้วกันนะ
6. ดูแลรักษาความสะอาด เครื่องนอน หมอน ผ้าห่ม ตุ๊กตา(ถ้ามี) ผ้าม่าน ในห้องให้สะอาด นำปลอกหมอน ปลอกที่นอน และผ้าห่มไปซักอย่างน้อย อาทิตย์ละ 1 ครั้ง แล้วอย่าลืมนำหมอนหนุน หมอนข้าง ไปผึ่งแดดด้วย ทั้งนี้เพื่อรักษาความสะอาด ป้องกันไรฝุ่น ที่จะทำให้ระคายเคืองและก่อภูมิแพ้ เพราะ ที่นอนสะอาด จะทำให้หลับสบาย แถมมีกลิ่นแดดหอมๆ ผ่อนคลายต่อสมองของเราได้เป็นอย่างดีด้วยนะ
ยามหลับของเราสำคัญมากๆ เลยนะ เพราะช่วงที่เราหลับนี้ สมองจะค่อยๆ ทำการเรียบเรียงและจัดระบบข้อมูลที่เราได้พบเจอในแต่ละวัน ในรูปแบบของคลื่นไฟฟ้าที่อยู่ในเซลล์สมอง เข้าสู่การเก็บข้อมูลในแต่ละเซลล์สมองที่เรามี หากเป็นข้อมูลใหม่ๆ ก็จะไปสร้างใยประสาทใหม่ในเซลล์สมองของเรา เป็นความจำใหม่ในสมอง ดังนั้นเพื่อให้การเก็บข้อมูลของสมองเราดี เราก็ต้องได้รับการนอนหลับเต็มที่เพื่อให้สมองทำงานของมันได้อย่างเต็มที่ ความจำก็จะดี และเป็นความจำระยะยาวด้วย
สรุปแล้ว สิ่งสำคัญของการจัดห้องนอนเพื่อสมองของเราก็ คือ การจัดให้มีระเบียบ และรักษาความสะอาด ให้เราสามารถเรานอนหลับพักผ่อนได้อย่างเต็มอิ่ม ร่างกายก็แข็งแรง สมองก็ปลอดโปร่งอีกด้วย
อย่าลืม!! ลด ละ เลิก การเล่นโทรศัพท์มือถือ ไอแพด เเทปเลท เน็ตบุค หรือโน้ตบุค บนที่นอนเสียด้วยนะ ไม่งั้นเราเผลอหลับไป คลื่นไฟฟ้ามันจะไปทำลายสมองเรา!!!!
credit:dekd
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น