วันจันทร์ที่ 6 มิถุนายน พ.ศ. 2554

เปิดใจ ที่ 1 แอดมิสชั่นส์ ปีล่าสุด


น้องแก้วนายรัตน์ ปทุมวัฒน์ ผู้ที่ทำคะแนนสอบได้สูงสุดเป็นอันดับ 1 ของประเทศ และเป็นอันดับ 1 ของคณะรัฐศาสตร์ จุฬาฯ ปัจจุบันกำลังเตรียมตัวไปศึกษาต่อที่สหรัฐอเมริกาด้วยทุนเล่าเรียนหลวง จึงต้องสละสิทธิ์ที่นั่งในคณะรัฐศาสตร์ จุฬาฯ ไป ฉบับนี้น้องแก้วจะมาเปิดใจพูดถึงเรื่องราวดังกล่าวให้ทราบกัน
น้องแก้วนายรัตน์ ปทุมวัฒน์ เปิด ใจว่า ที่ผมเรียนได้ดีนั้น เพราะว่าผมได้เรียนในสิ่งที่ชอบ ในสิ่งที่รัก เลยทำคะแนนออกมาได้ดี เกรดเฉลี่ยสะสมอยู่ที่ 3.99 ตัวผมชอบและสนใจทางด้านภาษาและสังคมอยู่แล้ว เลยเลือกเรียนสายศิลป์-ฝรั่งเศส ตอนมัธยมปลาย ความชอบจะช่วยผลักดันให้เรามีความกระตือรือร้น อยากรู้อยากเห็น อยากค้นคว้า ทำให้ผลการเรียนออกมาดี ผมมองว่าชีวิตนักเรียนมัธยมปลายไม่ใช่มีไว้เพื่อหาความรู้เพียงอย่างเดียว เราต้องหาประสบการณ์อื่น ๆ จากการทำกิจกรรมด้วย ที่ผ่านมาผมทำกิจกรรมของโรงเรียนเยอะมาก เช่น โต้วาที ละครเวที กีฬาสี ฯลฯ ส่วนนอกเวลาเรียนก็มีไปเที่ยวกับเพื่อน ๆ บ้าง เล่นกีฬา ฟังเพลง ใช้ชีวิตเหมือนวัยรุ่นทั่ว ๆ ไป
เทคนิคการอ่านหนังสือของผม ถ้าต้องอ่านหนังสือที่มีเนื้อหาเยอะ ๆ ผมจะทำเป็นหัวข้อย่อย ๆ คล้ายสารบัญว่ามีหัวข้ออะไรบ้าง จะช่วยให้เราเข้าใจได้ง่ายขึ้นกว่าการทำความเข้าใจรวดเดียว แต่ถ้าเป็นเรื่องของภาษาอังกฤษ ควรเริ่มต้นอ่านเพื่อให้เกิดความเคยชิน อ่านจากน้อย ๆ แล้วค่อย ๆ เพิ่มมากขึ้น เวลาทำข้อสอบจะได้อ่านได้ทันเวลาและจับใจความได้อย่างถูกต้อง เรื่องของภาษาเป็นเรื่องของทักษะ ต้องฝึกฝนบ่อย ๆ แล้วจะพัฒนาได้ดีขึ้น ตัวผมก็มีฟังเพลง ฟังข่าว ฝึกพูด ฝึกเขียน ฝึกอ่าน ภาษาอังกฤษ ทำให้ผมสามารถพัฒนาทักษะภาษาอังกฤษได้ดียิ่งขึ้น
ผมดีใจมากที่สอบแอดมิสชั่นส์ได้คะแนนอันดับ 1 ของประเทศ และอันดับ 1 ของคณะรัฐศาสตร์ จุฬาฯ แต่สุดท้ายก็ต้องสละสิทธิ์ไป เสียดายเหมือนกัน เพราะผมได้รับ ทุนเล่าเรียนหลวงทุนนี้ถือเป็นเกียรติและความภาคภูมิใจที่สุดของชีวิตผมและครอบครัว เนื่องจากเป็นทุนของในหลวง ผมคิดไว้ตั้งแต่แรกแล้วว่าถ้าได้ทุนเล่าเรียนหลวงก็จะไปเรียนต่อต่างประเทศ แน่นอน พอทราบว่าตัวเองได้รับทุนนี้ดีใจมาก ๆ เพราะกว่าที่จะได้ทุนนี้มาต้องทุ่มเทและใช้ความพยายามอย่างมาก ผมกำลังจะบินไปเรียนต่อที่สหรัฐอเมริกาปลายเดือนนี้ ทางด้านความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ ที่ University of California, Berkeley ที่นี่เขามีความเชี่ยวชาญทางด้านสังคมศาสตร์ มีประวัติศาสตร์อันยาวนาน และมีความขลังอยู่ในตัว ที่สำคัญยังเป็นหนึ่งในมหาวิทยาลัยชั้นนำของโลกด้วย ตอนแรกตั้งใจจะไปเรียนที่ฝรั่งเศส แต่เปลี่ยนใจมาเรียนที่อเมริกาแทน เพราะว่าคุณพ่อคุณแม่อาจจะไปอยู่ที่นั่นด้วย สำหรับผมที่เลือกเรียนมหาวิทยาลัยทางฝั่งตะวันตก เพราะคุ้นชินกับอากาศและการใช้ชีวิตมากกว่า ที่จริงผมเริ่มเรียนเดือนสิงหาคม แต่บินไปเตรียมตัวก่อนล่วงหน้า ถึงเวลาเรียนจริงจะได้ไม่มีปัญหา
ตอนที่ตัดสินใจสมัครทุนเล่าเรียนหลวง ต้องเตรียมตัวหนักมาก เพราะคนที่ได้ต้องเก่งมาก ๆ ก็มีปรึกษาคุณพ่อคุณแม่ด้วยเรื่องสมัครทุนนี้ ผมได้ไปปรึกษาอาจารย์ที่โรงเรียนเตรียมอุดมศึกษาที่ติวให้เด็กทุนมาเกือบ 10 ปี ฝากตัวเป็นลูกศิษย์ท่าน ท่านก็แนะนำให้ผมไปฝึกเขียนเยอะ ๆ เพราะข้อสอบทุกวิชาของทุนเล่าเรียนหลวงจะเป็นการเขียนทั้งหมด ยกเว้นวิชาภาษาอังกฤษอย่างเดียว เนื้อหาที่ใช้สอบข้อเขียนจะไม่ได้อยู่ในหนังสือเพียงอย่างเดียว ขอบเขตจะกว้างมาก ๆ เราต้องเข้าใจในเนื้อหานั้นจริง ๆ ถึงจะเขียนออกมาได้ดี วิชาที่สอบชิงทุนของสายศิลป์ก็จะมีภาษาไทย ภาษาอังกฤษ สังคมศึกษา โดยเขาจะให้โจทย์มา เราก็เขียนตอบไป ตัวอย่างโจทย์เช่น วิกฤตเศรษฐกิจค่าเงินบาท การใช้เทคโนโลยีทางภูมิศาสตร์ที่เป็นประโยชน์กับสิ่งแวดล้อม นอกจากสอบข้อเขียนแล้วยังมีแยกออกมาสอบอีก 2 ตัว คือ writing และ translation เราไม่มีทางรู้เลยว่าข้อสอบจะออกอะไร ทางที่ดีที่สุดคือ ต้องฝึกเขียนให้มาก ๆ ก่อนสอบผมเขียนไป 20-30 บทความ ในทุก ๆ วิชาที่มีสอบต้องทุ่มเทและตั้งใจมาก ๆ
ส่วนวิชาภาษาอังกฤษผมไม่ค่อยกังวลมาก เพราะมีโอกาสได้เดินทางไปต่างประเทศบ้าง และได้ฝึกฝนอยู่บ่อย ๆ ก็มีไปติวภาษาอังกฤษเพื่อฝึกการแปลกับเพื่อนของคุณแม่ในส่วนของการสอบ translation เพราะข้อสอบ translation ของทุนจะยาวประมาณ 1 หน้าครึ่ง แปลไทยเป็นอังกฤษ แปลอังกฤษเป็นไทย และย่อความไทยเป็นอังกฤษ ย่อความอังกฤษเป็นไทย ทั้งหมด 6 ข้อ ในเวลา 3 ชั่วโมง การแปลนั้นไม่ยาก แต่ต้องมีลีลาทางภาษาที่ดี และสามารถสื่อความหมายออกมาได้อย่างชัดเจน ผมต้องฝึกแปลเยอะมากเพื่อจะได้ทำคะแนนสอบออกมาได้ดี ตอนนั้นมีคนสอบทุนเล่าเรียนหลวงทั้งหมด 600 คน แต่มีทุนเพียงแค่ 9 ทุนเท่านั้น ต้องทุ่มเทกันอย่างเต็มที่ หลังจากนั้นจะคัดเลือกให้เหลือ 18 คน เพื่อสอบสัมภาษณ์ต่อไป
ในส่วนของการสอบสัมภาษณ์ กรรมการเขาจะถามเรื่องส่วนตัวมากกว่า สัมภาษณ์เป็นภาษาอังกฤษ รอบนี้จะเป็นการคัดกรองคนที่มีคุณสมบัติเหมาะสม ดูว่าจะเรียนไหวไหม มีทัศนคติในด้านต่าง ๆ ยังไง เมื่อจบแล้วพร้อมที่จะกลับมารับใช้ประเทศชาติหรือไม่ ตัวอย่างคำถามในการสัมภาษณ์ เช่น คิดยังไงกับคนที่ได้ทุนแต่ไม่กลับมาทำงานรับใช้ชาติ ชอบเรียนวิชาไหนบ้าง ลองพูดถึงแผนการเรียนว่าจะไปเรียนที่ไหน สาขาไหน ทำไมถึงอยากเรียนทางด้านนี้ มหาวิทยาลัยที่เราเลือกไปเรียนต่อดีจริงไหม ฮีโร่ในสายอาชีพที่คุณอยากทำงานในอนาคตคือใคร และทำไมถึงชอบเขา ฯลฯ คำถามก็จะมีประมาณนี้ เมื่อประกาศผลออกมาผมสอบได้ที่ 1 ของทุนเล่าเรียนหลวง ในสายศิลป์-ภาษา ดีใจและภูมิใจที่สุดในชีวิตเลยครับ

ขอบคุณเนื้อหาจาก www.igotgrants

ดูกันต่อ!! กำหนดสอบ GAT/PAT มีนาคม (2/55)

กำหนดการจัดสอบ GAT/PAT 2/2555 
ได้แบ่งกลุ่มผู้สมัครออกเป็น 2 กลุ่มเหมือนเดิม ดังนี้

กลุ่มที่1 : ผู้สมัครสอบที่ประสงค์จะสอบที่สนามสอบกรุงเทพฯ/ สมุทรปราการ/ นนทบุรี/ ปทุมธานี
เด็กดีดอทคอม :: ดูกันต่อ!! กำหนดสอบ GAT/PAT มีนาคม (2/55)

กลุ่มที่ 2 : ผู้สมัครที่ประสงค์จะสอบที่สนามสอบจังหวดอื่น
เด็กดีดอทคอม :: ดูกันต่อ!! กำหนดสอบ GAT/PAT มีนาคม (2/55)

สำหรับกำหนดการสอบ เป็นดังนี้
เด็กดีดอทคอม :: ดูกันต่อ!! กำหนดสอบ GAT/PAT มีนาคม (2/55)

        สำหรับใครที่คิดว่าจนถึงวันนี้แล้วยังไม่เข้าใจการรับสมัครสอบ GAT/PAT แล้วกลัวว่าถึงวันนั้นจะตื่นเต้นทำอะไรไม่ถูก ให้น้องๆ ลองโหลดคู่มือการใช้ระบบ GAT/PAT ไปศึกษากันก่อนได้เลยค่ะ ที่นี่
          เพิ่งเปิดเทอมกันมาได้ไม่เท่าไหร่ กำหนดการชี้ชะตาอนาคตออกมาทั้ง 2 รอบขนาดนี้แล้ว ก็อย่าชะล่าใจนะคะ ผู้ใหญ่เค้าออกกำหนดการมาเร็ว ก็เพื่อให้น้องๆ ได้เตรียมตัว วางแผนอ่านหนังสือกันล่วงหน้า ว่าแล้วก็เตรียมตัวไปอ่านหนังสือกันได้แล้วค่ะ^^


credit:dekd

มาแล้ว !! รับตรง 55 คณะแพทยฯ และทันตฯ ม.ขอนแก่น

สวัสดีครับ.. รับตรงคณะแพทยศาสตร์ และคณะทันตแพทยศาสตร์ ครั้งแรกของปีได้ออกระเบียบการมาแล้ว เป็นของคณะแพทยศาสตร์ และคณะทันตแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น โดยรับตรงครั้งนี้ เปิดรับถึง 5 โครงการ ดังต่อไปนี้

เด็กดีดอทคอม :: มาแล้ว !! รับตรง 55 คณะแพทยฯ และทันตฯ ม.ขอนแก่น

            คณะแพทยศาสตร์ (กระจายแพทย์หนึ่งอำเภอหนึ่งทุน รับ 84 คน) คลิกที่นี่

            คณะแพทยศาสตร์ (สามารถวิชาการ และภาษาอังกฤษ รับ 44 คน) คลิกที่นี่

            - คณะแพทยศาสตร์ (ผลิตแพทย์ร่วมกับ สกอ. รับ 46 คน) คลิกที่นี่

            คณะแพทยศาสตร์ (ผลิตแพทย์เพิ่มเพื่อชนบท รับ 74 คน) คลิกที่นี่

            - คณะทันตแพทยศาสตร์ (ความสามารถพิเศษวิชาการ รับ 10 คน) คลิกที่นี่

            การจัดสอบ 5 โครงการในครั้งนี้ ทางคณะแพทยศาสตร์ และคณะทันตแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น เป็นคนจัดสอบเองทั้งหมด โดยน้องๆ สามารถเข้าไปอ่านรายละเอียดทั้งหมดได้ คลิกที่นี่



credit:dekd

รับตรงจุฬาฯ 55 (ครุฯ - อักษรฯ - วิทย์กีฬาฯ - ศิลปกรรม)

สวัสดีครับ.. ลืมเปิดเล่นเว็บเด็กดีไปแค่ วันถึงกับตกข่าวรับตรง จุฬาฯ 55 เชียวล่ะครับ เพราะล่าสุดระเบียบการคณะต่างๆ ที่เปิดรับสมัครรับตรง แบบพิเศษ ทยอยประกาศออกมาแล้ว ล่าสุดมีอัพเดทอีก 7 โครงการ ดังต่อไปนี้

เด็กดีดอทคอม :: รับตรงจุฬาฯ 55 (ครุฯ - อักษรฯ - วิทย์กีฬาฯ - ศิลปกรรม)

      - คณะอักษรศาสตร์ สาขาภาษาสเปน (รับ ม.6 และเด็กซิ่ว จำนวน 10 คน) คลิกที่นี่

      - คณะวิทยาศาสตร์การกีฬา (รับ ม.6 และเด็กซิ่ว จำนวน 10 คน) คลิกที่นี่

      - คณะครุศาสตร์ สาขาสุขศึกษาพลศึกษา (รับ ม.6 เด็กซิ่ว จำนวน 30 คน) คลิกที่นี่

      - คณะครุศาสตร์ สาขาวิชาดนตรี (รับ ม.6 และเด็กซิ่ว จำนวน 20 คน) คลิกที่นี่

      - คณะศิลปกรรมศาสตร์  คลิกที่นี่

      อยากเรียนคณะไหน ก็กดไปอ่านระเบียบการได้เลยครับ บางคณะมีการรับสมัครค่อนข้างซับซ้อน ยังไงลองทำความเข้าใจ หรือมาโพสถามพี่ๆ ในเว็บเด็กดีได้เช่นกันครับ ส่วนน้องๆ คนไหนที่อยากอัพเดทระเบียบการแบบเต็มๆ คลิกที่นี่ ได้เลยครับ
      
      ลาเต้ลิขิต : รับตรงจุฬาฯ ปีนี้เด็ดขาดมาก สมัครคณะใดแล้ว คณะอื่นหมดสิทธิ์


credit:dekd

Top 5 คณะยอดฮิตของเด็ก ม.ปลาย สายศิลป์

สวัสดีครับ.. สัปดาห์ก่อน พี่ลาเต้ เอาข้อมูลคณะยอดนิยมสายวิทย์มาให้ดู (ใครยังไม่ดู คลิกที่นี่) และส่วนสัปดาห์นี้เป็นคิวของ Top 5 คณะมาแรงสายศิลป์ มีคณะอะไรบ้างนั้นไปดูพร้อมกันเลยยย

            หมายเหตุ ข้อมูลที่จะเปิดเผยให้น้องๆ ทุกคนได้ทราบ ขอกระซิบบอกก่อนว่าเป็นการเก็บสถิติ จากความถี่ในการเข้าไปคำนวณคะแนนแอดมิชชั่นอันน้องๆ ม.ปลาย ใน “โปรแกรมคำนวณคะแนนแอดมิชชั่นให้ติดชัวร์ 54” ทาง www.dek-d.com/admission/calculator โดยเก็บข้อมูลยอดคณะต่างๆ ตั้งแต่วันที่ พฤศจิกายน 53 ยาวมาจนถึงวันที่ 16 มีนาคม 54 ซึ่งเป็นเวลาทั้งหมด เดือนเต็ม โดยมียอดเข้ามาคำนวณกว่า 3,312,559 ครั้ง

เด็กดีดอทคอม :: Top 5 คณะยอดฮิตของเด็ก ม.ปลาย สายศิลป์

 อันดับ 5 คณะศิลปกรรมศาสตร์

            เป็นคณะที่เปิดสอนน้อย และรับคนน้อย วิชาที่สอนก็เน้นไปทางปฏิบัติแทบทั้งสิ้น ด้วยคุณสมบัติเหล่านี้จึงไปโดนใจ เด็กสายศิลป์” ที่เป็นนักกิจกรรมตัวยงทั้งหลาย แห่สมัคนกันให้เพียบ โดยเฉพาะรับตรง คณะศิลปกรรมศาสตร์ มศว ที่ยอดสมัครสูงกว่า 3 คณะใน ม.เดียวกันรวทมกันซะอีก งานนี้ น้องจิ๋ง อุดมพร ศรียนต์ ม.6 ศิลป์-ภาษจีน โรงเรียนสตรีวัดระฆัง หนึ่งในผู้สมัครถึงกับระบายออกมาว่า หากอยากเรียนคณะนี้ ส่วนใหญ่มีแต่รับตรง ทุกคนเลยต้องมุ่งเอาให้ได้ ตอนไปสอบปฏิบัติที่ มศว คนเยอะมากเหมือนกำลังมาชุมนุมประท้วงอยู่สนามหลวงกันเลยทีเดียว

 อันดับ คณะรัฐศาสตร์

             ว่าที่ท่านฑูต หรือว่าที่นักการปกครอง มารวมตัวกันอยู่ที่คณะนี้แล้ว คณะนี้นอกจากสายศิลป์ภาษาต่างๆ จะขอออกตัวสุดกำลังในการเข้าเรียนให้ได้แล้ว ก็ยังมีน้องๆ สายวิทย์หัวใจศิลป์อีกหลายคนที่เล็งไว้เหมือนกัน แต่หากวัดจากความได้เปรียบแล้ว ต้องบอกว่า สายศิลป์ภาษา กินขาด เพราะสัดส่วนที่ยื่นคะแนนแอดมิชชั่นคณะนี้ ประกอบไปด้วยภาษาต่างประเทศที่ 3 ที่สายวิทย์ไม่เคยได้เรียน น้องเหมี่ยว ศิรินภา อรวีณา ม.6 สายศิลป์ภาษา โรงเรียนสตรีสิริเกศ ถึงกับเปรยมาว่า คณะนี้สายวิทย์แย่งซีนเยอะมาก บางคนไม่ได้เรียนภาษามา แต่ทำข้อสอบวิชา PAT ต่างประเทศได้เยอะกว่าเด็กสายศิลป์ซะอีก งานนี้เซ็งเป็ดจริงๆ

เด็กดีดอทคอม :: Top 5 คณะยอดฮิตของเด็ก ม.ปลาย สายศิลป์

 อันดับ คณะนิติศาสตร์

             มาแรงแซงทางโค้งมากๆ สำหรับคณะนิติศาสตร์ ที่แอดมิชชั่นปี 53 ของ มศว มียอดสมัครกว่า 6 พันคน ทั้งที่รับได้เพียง 40 คน (โอ้แม่เจ้า) งานนี้การแข่งขันจึงต้องไปตัดกันที่คะแนนข้อเขียน และแฟ้มผลงาน ซึ่งการสอบข้อเขียนของคณะนี้แหละ เป็นจุดเด่นที่เรียนกเด็ก ม.6 สายศิลป์มาสมัครได้เยอะมาก เพราะเป็นข้อเขียนแบบพรรณาเรียงความ งานนี้เรื่องเมาท์ หรือบรรยายไร้สูตรคำนวณมันของถนัดเด็กศิลป์เลยล่ะ ไม่เชื่อไปฟัง น้องออย ศิริมา ทรงกลม ม.6 โรงเรียนพรหมมานุสรณ์ ที่บอกมาว่า คณะนี้เป็นคณะหน้าตาของเด็กสายศิลป์ หากสายวิทย์เรียนสอบติดแพทย์แล้วเก่ง สายศิลป์ก็ต้องคณะนิติศาสตร์นี้เลยล่ะค่ะ

 อันดับ คณะนิเทศศาสตร์

             เพื่อคณะนิเทศศาสตร์ เด็กสายศิลป์ของสู้ตายเจ้าค่ะ เป็นคณะที่เด็กสายศิลป์ทุกระดับตั้งแต่เก่งมาก เก่งน้อย ไปจนถึงขั้น โง่” ขอเรียนไว้ก่อน ขณะเดียวกันสายวิทย์ที่เริ่มลังเลในใจแล้วว่า ชีวะ เลข มันไม่ใช่ทางของหนู ก็เริ่มจะมาพักใจที่คณะนี้กันเยอะ ซึ่งอาจจะเป็นเพราะเป็นคณะที่ดาราเรียนเยอะ มีกิจกรรมเยอะ และบางคนมีความเชื่อว่าจบง่าย (ซึ่งไม่จริง) จึงทำให้คณะนี้ฮิตติดอันดับทุกปี น้องหญิง อิศรา ศรีอรุณ ม.6 โรงเรียนสวนศรีวิทยา จ.ชุมพร เล่าว่า หนูเป็นคนที่เรียนไม่เก่ง ชอบกิจกรรม ไล่มาทุกคณะแล้ว คณะนี้เหมาะกัยหนูแล้วค่ะ หนูน่าจะไปรอด

เด็กดีดอทคอม :: Top 5 คณะยอดฮิตของเด็ก ม.ปลาย สายศิลป์

 อันดับ คณะอักษรศาสตร์

             หากถามสาวๆ ห้องศิลป์ภาษา คอนเฟิร์มว่าเกินครึ่งต้องตอบกลับมาว่า เราอยากเรียนคณะนี้” ซึ่งสอดคล้องกับสถิติการโปรแกรมคำนวณคะแนนเด็กดีที่มีเด็กสายศิลป์มาคำนวณ และเลือกคณะในหมวดอักษรศาสตร์ มนุษยศาสตร์ หรือศิลปศาสตร์อยู่ในระดับต้นๆ ประกอบกับสายงานทางด้านคณะนี้กว้างขวางสุดๆ เรียกได้ว่าจบมา วิชาเอก ทำงานได้ถึง 5 อาชีพ (โอ้ววว) งานนี้ น้องขวัญ รังสิมา กาญจนเกต ม.6ศิลป์-ภาษาจีน โรงเรียนราชวินิตบางแก้ว ได้บอกเหตุผลที่อยากเรียนคณะนี้มาว่า เป็นคณะทางเดียวที่เด็กสายภาษาจะไปได้ หากไปแข่งกับคณะอื่นๆ อาจไม่สู้เด็กสายวิทย์ อีกอย่างเป็นคณะที่เรียนเกี่ยวกับภาษา ซึ่งเชื่อว่าไม่ตกงานชัวร์จ้า



credit:dekd

มาแล้ว!! ปฏิทินรับตรงและโควตา 55 แม่ฟ้าหลวง

 สวัสดีค่ะน้องๆ^^ มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง เริ่มมีกำหนดการรับสมัครนักศึกษาประจำปี 55 ผ่านโควตา รับตรง รวมถึงโครงการอื่นๆ ออกมาแล้วนะคะ
       กำหนดการที่ออกมานั้นมีทั้งหมด 5 โครงการ คือ ระบบโควตา 17 จังหวัดภาคเหนือ, ระบบรับตรงทั่วประเทศ, โครงการรับนักเรียนในเขตภาคตะวันออกเฉียงเหนือเข้าศึกษาฯ โดยวิธีรับตรงของมหาวิทยาลัยขอนแก่น, โครงการรับนักเรียนในเขต 14 จังหวัดภาคใตเข้าศึกษาฯ โดยวิธีรับตรงของมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ และระบบโควต้าพิเศษ แม้ว่าแต่ละโครงการจะยังไม่มีรายละเอียดแต่ก็มีกำหนดการคร่าวๆ มาให้ได้ดูกันแล้วค่ะ

    ระบบโควตา 17 จังหวัดภาคเหนือ
เด็กดีดอทคอม :: มาแล้ว!! ปฏิทินรับตรงและโควตา 55 แม่ฟ้าหลวง

    ระบบรับตรงทั่วประเทศ
เด็กดีดอทคอม :: มาแล้ว!! ปฏิทินรับตรงและโควตา 55 แม่ฟ้าหลวง

    โครงการรับนักเรียนในเขตภาคตะวันออกเฉียงเหนือเข้าศึกษาฯ โดยวิธีรับตรงของมหาวิทยาลัยขอนแก่น
เด็กดีดอทคอม :: มาแล้ว!! ปฏิทินรับตรงและโควตา 55 แม่ฟ้าหลวง

   โครงการรับนักเรียนในเขต 14 จังหวัดภาคใต้เข้าศึกษาฯ โดยวิธีรับตรงของมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์
เด็กดีดอทคอม :: มาแล้ว!! ปฏิทินรับตรงและโควตา 55 แม่ฟ้าหลวง

    โควตาพิเศษ
เด็กดีดอทคอม :: มาแล้ว!! ปฏิทินรับตรงและโควตา 55 แม่ฟ้าหลวง


credit:dekd

9 วิธี "ชิงตื่นก่อนหลับ" ในห้องเรียน

วัสดีค่ะน้องๆ^^ ได้เวลาเปิดเทอมแล้ว สาวกละครหลังข่าวยังแอบดูทีวีจนนอนดึก จนต้องมาง่วงตาปรือ และแอบมาหลับในห้องเรียนอยู่รึเปล่า แต่ก็ต้องยอมรับนะว่าความง่วงนี่มันไม่เข้าใครออกใครจริงๆ โดยเฉพาะในห้องเรียน จริงมั้ย?? แถมจะหลับก็ไม่ได้ ฟังเพลงก็ไม่ได้ คุยก็ไม่ได้ เคี้ยวหมากฝรั่งก็ไม่ได้ แล้วจะแก้ง่วงได้ยังไงล่ะนี่?? เพราะฉะนั้นวันนี้พี่มิ้นท์ก็เลยเอาสารพัดวิธีมาฝากน้องๆ ก่อนจะหลับคาห้องกันซะก่อน!!
เด็กดีดอทคอม :: 9 วิธี "ชิงตื่นก่อนหลับ" ในห้องเรียน
          1.จดๆๆ ไม่ใช่จับจดจ้องจะหลับนะน้องๆ แต่ให้ตั้งใจจดเลคเชอร์ค่ะ การจดจะทำให้น้องๆ ได้ขยับมือ และระหว่างจดก็ต้องผ่านกระบวนการเรียนรู้ เมื่อสมองได้ทำงาน ก็จะทำให้หายง่วงได้ แต่อย่างที่บอกว่าความง่วงมันร้ายกาจมาก ถ้าสมองไม่แข็งแรงพอ ก็มีสิทธิ์หลับตอนกำลังจดได้เหมือนกัน

          2.เป็นนักเรียนแถวหน้า ถ้ากลัวง่วงตอนเรียนขนาดหนัก แนะนำให้นั่งเรียนข้างหน้าเลยค่ะ เข้าห้องเรียนปุ๊บ ก็เล่นเก้าอี้ดนตรีรีบแย่งที่นั่งปั๊บ พอน้องๆ ได้นั่งหน้าความอยากง่วงจะลดลงอย่างเห็นได้ชัดเพราะได้อยู่ใกล้อาจารย์ แรงกดดันเยอะ ต้องตื่นตัวตลอดเวลา รับรองได้ว่าตื่นทั้งเทอมค่ะ

 เด็กดีดอทคอม :: 9 วิธี "ชิงตื่นก่อนหลับ" ในห้องเรียน
         3.ชวนอาจารย์คุย การได้พูดหรือบริหารปากเป็นวิธีหนึ่งที่ทำให้หายง่วงได้ แต่แหม..ตอนอยู่ในห้องเรียน จะชวนเพื่อนคุยก็ทำไม่ได้ ก็ชวนอาจารย์คุยซะเลยดีกว่า แต่ว่าเรื่องที่คุยก็ไม่ใช่เรื่องไร้สาระนะ เพราะบางทีท่านอาจจะไม่ปลื้ม ดังนั้นสิ่งที่คุยได้ก็ขอแนะนำให้ออกมาในลักษณะของการถามเนื้อหาที่เรียนหรือตอบคำถามกับอาจารย์บ่อยๆ หรือพูดง่ายๆ ก็คือ มีส่วนร่วมในห้องเรียนนั่นเอง

         4.หาแรงบันดาลใจ บางทีเราก็ไม่รู้ว่าเรากำลังเรียนอะไร เรียนไปทำไม ซึ่งก็จะพาลให้เราเบื่อการเรียนไปได้ง่ายๆ เพราะฉะนั้นน้องๆ ต้องหาแรงบันดาลใจหรือกำลังใจในการเรียนแต่ละวิชา เช่น วิชานี้ได้เกรด 4 ง่าย, วิชานี้ได้ 4 แม่จะซื้อของขวัญให้หรือวิชานี้ห้องเรียนอยู่ติดกับหนุ่มที่ปิ๊ง เค้าจะเห็นเราตอนหลับไม่ได้ เป็นต้น แค่นี้ร่างกายก็จะกระปรี้กระเปร่าแล้วค่ะ

        5.เปลี่ยนจุดสนใจ การที่เรามองไปที่จุดๆ เดียว เช่น มองอาจารย์ มองกระดาน เพ่งไปที่จุดเดียวตลอดเวลาจะทำให้สายตาของน้องๆ ล้าและเกิดความง่วงขึ้นมาได้ บางทีก็เหมือนโดนสะกดจิตนะ มองๆ แล้วก็รู้สึกเบลอเฉยเลย ดังนั้นถ้าเป็นไปได้ก็มองไปนอกห้อง นอกหน้าต่างหรือมองหน้าเพื่อนข้างๆ ส่งสายตาปิ๊งให้บ้าง หรือกระพริบตาบ่อยๆ วิธีเหล่านี้จะช่วยเรียกสมาธิกลับคืนมาได้ค่ะ

        6.ล้างหน้าล้างตา เมื่อดวงตาเราสุดจะต้านทานกับความง่วงแล้ว ลองขออนุญาตคุณครูออกมาล้างหน้าล้างตาดีกว่าค่ะ น้ำจะทำให้เราสดชื่นขึ้น หรือแม้แต่ได้ออกมาขยับแข้งขยับขานิดหน่อย ก็จะช่วยให้ตื่นได้ค่ะ แต่วิธีนี้อย่าเอามาเป็นข้ออ้างอู้เรียนนะ ไม่ดีๆ
เด็กดีดอทคอม :: 9 วิธี "ชิงตื่นก่อนหลับ" ในห้องเรียน

        7.เล่นของ อ๊ะๆ อย่าเพิ่งตกใจ ของที่พี่มิ้นท์ว่าเป็นของทั่วไปที่อาจจะช่วยให้น้องๆ หายง่วงได้ เช่น น้ำเปล่า ลูกอม ซึ่งหมากฝรั่งพี่มิ้นท์มั่นใจได้ว่าอาจารย์ไม่น่าให้ทานในห้องแน่ๆ แต่ก็คงไม่โหดร้ายถึงขั้นไม่ให้กินลูกอม ลูกอมจะช่วยให้ร่างกายสดชื่นขึ้น โดยเฉพาะลูกอมเปรี้ยวๆ หรือลูกอมรสผลไม้ (ทานเสร็จแล้วทิ้งขยะให้เป็นที่ด้วยนะ) นอกจากนี้พี่มิ้นท์แนะนำให้พกยาดมเป็นอาวุธลับอีกอย่างนึง ถ้าง่วงขึ้นมาเมื่อไหร่ก็หยิบยาดมขึ้นมา สูดไปแรงๆ หนึ่งที รับรองว่าตื่นไปอีก 3 คาบเลยค่ะ^^

        8.ดราม่าเข้าไว้ อันนี้จะคล้ายๆ กับการหาแรงบันดาลใจ แต่ว่าจะออกแนวหดหู่หน่อยค่ะ เช่น ดราม่าด้วยการคิดถึงหน้าพ่อแม่ แล้วระลึกอยู่เสมอว่าท่านต้องหาเงินด้วยความยากลำบากเพื่อส่งเรามาเรียน ไม่ได้ส่งให้เรามาหลับ หรือดราม่าอนาคตของตัวเองว่าถ้าหลับในวันนี้ ไม่รู้เรื่องในวันหน้า อาจจะทำให้เราเรียนไม่จบหรือไม่ติดในคณะที่หวัง ฯลฯ ความหดหู่เป็นวิธีสร้างกำลังใจให้กับตัวเองที่ได้ผลวิธีนึงนะ พี่มิ้นท์เชื่อยังงั้น รับรองน้องๆ จะตื่นตัวตลอดเวลาและมีความตั้งใจเพิ่มมากขึ้นอีกด้วย

        9.เพื่อนช่วยเพื่อน ถ้าเราง่วงจริงๆ ก็ฝากความหวังไว้ที่เพื่อนข้างๆ ให้เพื่อนดูแลเรา ห้ามให้เราหลับ ถ้าเราหลับก็ให้เค้าเขกกะโหลกซักทีนึง (แอบโหดนะเนี่ย)เพื่อนที่รักกันจริงจะต้องชวนกันเรียน เค้าจะปล่อยเราหลับไปต่อหน้าต่อตาไม่ได้ค่ะ แต่ว่าอย่าพากันหลับซะก่อนล่ะ นอกจากนี้น้องๆ อาจตั้งกติกากับเพื่อนในกลุ่มไว้ก็ได้ เช่น ใครหลับปรับตังค์ หรือใครหลับโดนแอบถ่าย รับรองว่าได้ผลแน่ จะไม่มีใครกล้าหลับเพราะกลัว หรือไม่ก็จ้องแก้แค้นกันอยู่ (ขำๆ นะคะ) วิธีนี้นอกจากจะเรียนไม่ง่วงแล้ว พี่มิ้นท์เชื่อว่ายังสร้างสัมพันธ์ในกลุ่มเพื่อน เป็นวีรกรรมดีๆ ให้เรานึกถึงตอนเรียนจบได้ด้วยนะคะ



credit:dekd

มาแล้ว !! ระเบียบการรับตรง มศว 55 (ตัวเต็มทุกคณะ)

โดยการรับตรงปี 55 มศว ครั้งนี้ เริ่มเปิดรับสมัคร ตั้งแต่วันที่ 6 มิถุนายน 2554 ถึง 18 สิงหาคม 2554 โดยรับใน 3 โครงการพร้อมกันคือ

            1.โครงการสอบตรง (สอบได้ทั่วทุกคน ทั่วประเทศ)
            2.โครงการ โควตาจังหวัดนครนายก” (เฉพาะบางโรงเรียนใน จ.นครนายก)
            3.โครงการ คัดสรรนักเรียนพหุปัญญาเลิศฯ (เฉพาะนักเรียนจากสาธิต มศว)

            เอาล่ะครับ รายละเอียดต่างๆ น้องๆ สามารถตามไปอ่านเองได้จาก เว็บไซต์รับตรงของ มศว นะครับ พี่ลาเต้ ลองไปอ่านดูแล้วไม่งงครับ และเน้นย้ำกันอีกทีว่าการรับสมัครจะมีไปจนถึงวันที่ 18 สิงหาคม 54 นะครับ โดยมีระเบียบการภาพรวมดังนี้

เด็กดีดอทคอม :: มาแล้ว !! ระเบียบการรับตรง มศว 55 (ตัวเต็มทุกคณะ)
ตัวอย่าง คณะ/สาขา ที่เปิดรับปี 55 อยากรู้เต็มๆ คลิกที่นี่

>>> ปฏิทินรับตรง มศว 55

            6 มิ.ย. - 18 ส.ค. 54           รับสมัครนิสิตใหม่ปี 2555 ประเภทรับตรง
           10 .. 54                        ประกาศแผนผังสนามสอบ
           24 ก.ย. 54                        สอบข้อเขียน (คณะสายศิลป์)
           25 ก.ย. 54                        สอบข้อเขียน (คณะสายวิทย์)
           16 พ.ย. 54                        ประกาศรายชื่อผู้มีสิทธิ์สอบสัมภาษณ์
           26 พ.ย. - 27 พ.ย. 54          สอบสัมภาษณ์
           19 ธ.ค. 54                        ประกาศรายชื่อผู้มีสิทธิ์เข้าศึกษา
           23 ธ.ค. 54                        รายงานตัว (ตัดสิทธิ์แอดฯ กลาง)

 >>> จุดสำคัญรับตรง มศว 55

           ทุกคณะมีการสอบข้อเขียน และบางคณะมีสอบปฏิบัติ
           - พี่ๆ เด็กซิ่ว สามารถสมัครสอบได้ในบางสาขาวิชา เช็คได้ในระเบียบการ
           - มีบางสาขาที่เปิดรอบรับตรง และจะไม่เปิดอีกในรอบแอดมิชชั่นกลาง
           - สามารถสมัครได้มากกว่า สาขา ถ้าเวลาสอบไม่ตรงกัน
           - ช่องการทางสมัครมีทางเดียว คือ สมัครทางอินเทอร์เน็ตเท่านั้น
           - ค่าใช้จ่ายในการสมัครทั้งสิ้นเป็นเงิน 500 บาท
           - บางสาขามีกำหนด ต้องมี และต้องส่งแฟ้มผลงานก่อนการสอบข้อเขียน
           สถานที่สอบปีนี้มีแห่งเดียวคือ อิมแพคอารีน่า เมืองทองธานี

เด็กดีดอทคอม :: มาแล้ว !! ระเบียบการรับตรง มศว 55 (ตัวเต็มทุกคณะ)

 >>> ลิ้งค์สำคัญรับตรง มศว 55

           เว็บไซต์สมัครรับตรง มศว 55 คลิกที่นี่
           - ระเบียบการรับตรง มศว 55 (ครบทุกคณะ) คลิกที่นี่
           - ค่าเทอม มศว ปีการศึกษา 55 คลิกที่นี่